วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2562

ก็มีเรื่องราวการเรียนดีๆนะครับ


jafra thailand สำหรับในแต่ละสัปดาห์นะครับก็จะหยิบเรื่องราวดีๆการเงินดีๆมาหยิบมาเล่ามาฟังกันนะกลับมาคุยกันนะในช่วงของการเริ่มต้นปีนี้นะครับผมอยากเริ่มต้นปีแบบมีหลักการดีๆมีแนวทางการเงินดีๆเอามาคุยมาหยิบจับมาใช้กันสักหน่อยนึงนะครับแต่ตอนที่แล้วเราพูดถึงวิธีการที่เราจะทำให้เป้าหมายในชีวิตเราเป็นจริงนะโดยเฉพาะเป้าหมายทางด้านการเงินและตอนนี้เนี่ยผมอยากจะพูดถึงแนวทางการแก้ปัญหาทางการเงินอย่างยั่งยืนนะครับเพราะว่าต้องบอกเลยว่าหลายปีที่ทำงานมาในด้านนี้เลยนะครับผมเองก็จะคอยตอบคำถามเรื่องการเงินนะครับคือคนเราเนี่ยไม่ว่าจะมีเงินเยอะหรือมีเงินน้อยก็มีปัญหาทางด้านการเงินหมดแหละนะครับแต่ว่าที่เจอส่วนใหญ่มักจะมีเงินน้อยนะครับเพราะฉะนั้นเนี่ยเมื่อไหร่ก็ตามที่ชีวิตเรายังมีปัญหาทางด้านการเงินเป็นหนึ่งเรื่องเป็นหนึ่งประเด็นในชีวิตเหนือผมก็สังเกตเห็นว่าปัญหาทางด้านการเงินเนี่ยสุดท้ายมันก็จะไปดึงนะไปล้างทำให้เรื่องอื่นในชีวิตนี้มันก็ไม่ดีไปด้วยนะครับเพราะฉะนั้นวันนี้เนี่ยผมอยากพวกเราตั้งใจกันสำหรับปี 2019 ตั้งใจให้มากๆเลยครับถ้าใครที่เคยเจ็บเคยจนนะครับหรือเคยมีความทุกข์นะครับทางการเงินต่างๆเนี่ยอยากให้เราใช้ปี 2019 ทั้งปีเลยนะสู้มันเต็มๆนะนะถ้าเกิดว่าในชุดไม่เคยสู้อะไรมาเลยนะยอมมาตลอดทนมาตลอดนะขอให้มันสู้เต็มๆสักปีนึงดูซิว่าว่าผลลัพธ์มันจะเป็นยังไงนะต้องถามตัวตั้งโจทย์ตัวเองดูนะหรือถ้าใครที่ไม่มีเป้าหมายตั้งเป้าหมายไม่ต้องเยอะตั้งแยะนะหลายครั้งแล้วพอมองย้อนกลับไปก็ตั้งทุกปีชีวิตก็ไม่เคลื่อนไปไหนนะครับก็มาชวนกันว่าเอ้ยปี 2019 เรามาเอาจริงกันดีกว่าเรามาเอาจริงเอาจังแล้วทำให้ชีวิตมันเปลี่ยนดีกว่านะไอ้เปลี่ยนได้ก็เปลี่ยนทางดีนะไม่เป็นทำให้ดีนะเปลี่ยน lb อย่านะเออเราทำให้ชุดมันไปข้างหน้าได้ไหมนะครับคือคนเราเนี่ยถ้าเวลาผ่านนะเวลาผ่านแล้วชีวิตมันเคลื่อนไปข้างหน้าผมบอกเลยว่านี่คือสุดยอดแห่งโมเมนตัมชีวิตความหมายคือเวลาผ่านนะครับเราเติบโตไปข้างหน้าก้าวหน้าเคลื่อนไปข้างหน้าความเชื่อมั่นความภูมิใจในตัวเองมันสั่งสมมันสะสมมันอ่ะมันก็จะมีพลังในการทำตัวเองให้สูงขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้นตรงกันข้ามเวลาวิ่งไปข้างหน้าชีวิตเราเลื่อนถอยหลังหรืออยู่กับที่มันก็เหมือนกับเพื่อนถอยหลังแล้วนะเราเห็นคนอื่นไปข้างหน้าเคลื่อนไปข้างหน้าเลยนี่คือสิ่งที่เขาทำได้คือสิ่งที่เราก็เคยพยายามนะแต่เรามันพยายามให้สุดเราพยายามให้เต็มที่เลยนะคะให้เราก็จะเริ่มหมดความเชื่อมั่นในตัวเองหมดความภูมิใจหมดความศรัทธากับตัวเองได้อย่างนี้ชีวิตมันก็ต้องดรอปลงแย่ลงไปตลอดไม่เวิร์คนะครับชีวิตไม่เวิร์คเหรองั้นผมก็เลยมาชวนมาเอาติล่ะในปีนี้ 2 59 เดี๋ยวผมอยากจะชวนคุณฟังว่าขอเป็นปีที่เราจะสู้ไม่ถอยสู้ไม่หยุดนะครับแล้วลองทำเต็มที่เต็มเหนี่ยว 1 ปีดูสิว่าชีวิตมันจะเปลี่ยนแปลงไปได้มากน้อยแค่ไหนนะครับวันนี้ผมเลือกนำเรื่องที่ผมใช้พูดคุยใน Top Show ครั้งล่าสุดของผมเนี่ยมาหยิบจับแล้วก็มาเล่าให้ทุกคนฟังอีกครั้งหนึ่งนะครับเผื่อว่าใครไม่ได้มีโอกาสไปฟังทอล์คโชว์ก็ไม่เป็นไรครับผมอยากจะสรุปแก่นสรุปประเด็นเลยครับวิธีการที่เราจะแก้ปัญหาทางการเงินอย่างยั่งยืนคำว่ายั่งยืนก็คือการที่เราจะสลัดปัญหาสลัดความกังวลนี้หรือแม้กระทั่งในอนาคตถ้าเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมาจากชีวิตเราก็พร้อมจะรับมือแล้วก็ไม่กลับไปติดกับดักเหมือนเดิมนะครับผมเรียกมันว่าแนวทางการแก้ปัญหาทางการเงินอย่างยั่งยืนนะครับซึ่งผมคิดของผมขึ้นมาเองนะครับจากการสรุปจากบทเรียนประสบการณ์สิ่งที่ตัวเองทำสิ่งที่แนะนำพูดสอนลูกศิษย์ไปรวมถึงเห็นผลลัพธ์ที่มันเกิดขึ้นกับทั้งตัวเองและคนรอบตัวที่เราแนะนำไปเลยครับมีหลักการทั้งสิ้น 4 ข้อนะครับผมก็อยากจะนำมาเล่าให้ฟังในวันนี้นะครับและพวกเราลองดูนะลองหยิบจับนำไปใช้ดูข้อแรกครับข้อแรกหลักการที่มันจะทำให้เราพ้นทุกข์ทางการเงินได้จริงแล้วก็ยังยืนหลักการข้อแรกเป็นหลักทางพุทธของเราเลยล่ะครับง่ายๆเลยนะครับหลายคนคงเคยได้ยินคำนี้ก็คืออัตตาหิอัตโนนาโถตนเป็นที่พึ่งแห่งตนวันนี้ถ้าใครมีปัญหา 


วันพุธที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2561

ทัศนคติคือแผนที่นำพาชีวิตเรา

        ทัศนะคติตามความเข้าใจของผมแล้วละก็มันก็คือความเชื่อความคิดของเราต่อเรื่องต่างๆ ซึ่งแต่ละคนจะมีความคิดความเห็นต่อเรื่องต่างๆที่ไม่เหมือนกัน และจะเห็นว่าคนที่ประสบกับความสำเร็จส่วนใหญ่ก็จะมีทัศนะคติที่คล้ายๆกัน ทำไหมบางคนที่ไม่ก้าวหน้าไปไหนสักทีก็เพราะว่าเขาอาจจะมีทัศนะคติที่ไม่ถูกต้องอยู่นั้นเอง ยกตัวอย่างเช่นคนใกล้ตัวผมเลยก็แล้วกัน เมื่อเกิดการสนทนากันเกิดขึ้นเขานั้นมักที่จะมองหาข้อเสียหรือว่าข้อด้อยของคนอื่นๆ ทุกคนที่เขานั้นพูดถึงมักจะมีข้อด้อยทั้งหมด  giving forward
        ซึ่งในความเป็นจริงแล้วของทุกสิ่งนั้นมันจะต้องมีทั้งข้อดีและก็ข้อเสียอยู่แล้วแต่ว่าขึ้นอยู่กับเราเองว่าเรานั้นจะเลือกมองในมุมไหน ถ้าเรามองด้านดีแล้วนำด้านที่ดีของเขานั้นมาปรับใช้กับเรามันก็จะทำให้เรานั้นสามารถพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นไปได้อีกนั้นเอง แต่ถ้าเราเลือกที่จะมองด้านไม่ดีถ้าเราไม่นำสิ่งที่เราพบหรือเห็นสิ่งที่ไม่ดีเกี่ยวกับเขานั้นไปบอกเขาเพื่อให้เขานั้นแก้ไขปรับปรุงตัวเองนั้นดีขึ้นอันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์ แต่ถ้าทำได้แค่พูดภายหลังเพื่อให้ตัวเองนั้นรู้สึกดีที่มีคนที่ยังอ่อนกว่าเราอยู่แล้วละก็ ผมว่าเสียเวลาเปล่าๆยิ่งจะทำให้เราติดนิสัยในการมองหาข้อเสียของคนอื่นๆไปเรื่อยๆ ทั้งเสียเวลาและเสียความรู้สึก ดังนั้นลองฝึกตัวเองเสียใหม่ให้เลือกที่จะมองหาด้านดีของคนอื่นๆแล้วนำสิ่งดีๆของเขานั้นมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันของเรา นี้ถึงจะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นและก็ก้าวไปข้างหน้าได้นั้นเอง อีกหนึ่งทัศนะคติที่เป้นเหมือนกำแพงที่ปิดกั้นเราไปสู่ความสำเร็จได้นั้นก็คือเรื่องของการดูถูกตัวเองโดยเฉพาะการดูถูกว่าตัวเองนั้นทำเรื่องต่างๆได้ไม่ดีเท่าคนอื่นๆนั้นเอง เพราะหากได้ศึกษาประวัติของคนที่ประสบกับความสำเร็จในชีวิตแล้วก็จะพบว่าเกือบทุกคนล้วนประสบกับความล้มเหลวมาอย่างมากมายก่อนที่จะประสบกับความสำเร็จในวันนี้ แต่คนที่มีทัศนะด้านลบมักจะคิดว่าคนที่ประสบกับความสำเร็จในชีวิตนั้นคือเขาเกิดมาเพื่อสำเร็จอยู่แล้วเขาทำอะไรเขาก็ประสบกับความสำเร็จ แต่ตัวเองนั้นถูกกำหนดมาไว้แล้วว่าทำอะไรก็ต้องล่มเหลวนั้นเอง จึงไม่กล้าลองทำอะไรใหม่ๆที่อยู่นอกเหนือจากสิ่งที่ได้ทำอยู่แล้วในปัจจุบันนี้  giving forward

        นี้คือทัศนะคติเบื้องต้นที่หากว่าคุณอยากที่ประสบกับความสำเร็จในชีวิตแล้วละก็ๆจะต้องปรับเปลี่ยนทัศนะคติที่ถูกต้องทั้งเรื่องของการมองหาข้อดีของคนอื่นๆเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขตัวเองและอีกอย่างก็ต้องเชื่ออย่างจริงใจว่าเราสามารถที่จะทำอะไรให้ประสบกับความสำเร็จก็ได้เราไม่ได้ถูกกำหนดมาให้ล้มเหลวตลอดเวลา แต่การที่จะไปถึงความสำเร็จนั้นบางครั้งเราก็อาจจะต้องล้มเหลวบ้าง ก่อนที่จะประสบกับความสำเร็จ  giving forward

วันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

คนดังเริ่มหันมาหาโซเชียว



        ตั้งแต่อินเตอร์เน็ตมีความเร็วมากพอที่ผมจะสามารถ ดูวิดีโอได้แบบไม่สะดุดผม ก็ไม่ค่อยที่จะดูทีวีเสียแล้ว จะติดตามดูเฉพาะรายการที่สนใจจริงๆ เน้นเรื่องของ ฟุตบอล การทำธุรกิจ เพราะว่ารายการอื่นๆหากได้รับความสนใจจากบุคคลทั่วไปแล้วละก็ จะมีคนทำเทปรายการย้อนหลังมาลงใน YouTube เองและเราสามารถที่จะติดตามชมได้  giving forward
        ช่วงหลังเจ้าของรายการทีวีต่างๆเริ่มหันมาอัพคลิปวิดีโอรายการย้อนหลังลง YouTube ได้ด้วยตัวเอง เพราะว่าทาง YouTube นั้นได้มีการแบ่งรายได้ให้กับเจ้าของคลิปด้วย ดังนั้นผมที่ชอบมาดูรายการต่างๆย้อนหลังเมื่อเวลาที่เราว่างก็เลยได้รับชมคลิปรายการย้อนหลังที่มีความละเอียดมากยิ่งขึ้นนั้นเอง นอกจากรายการจากทีวีแล้ว ยังพบว่าคนทั่วไปหันที่จะมาสร้างรายการของตัวเองลงใน YouTube โดยตรงอีกด้วย ช่วงแรกๆก็อาจจะเป็นสร้างคลิปเองแบบสนุกๆ ใช้ต้นทุนในการสร้างไม่มากนักแต่ว่าช่วงหลังๆนั้น รายการที่สร้างขึ้นเพื่อลงใน YouTube นั้นมีคุณภาพไม่ต่างจาก รายการทางทีวีด้วยซ้ำไป ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่โชคดีของผู้บริโภคอีกครั้งเพราะว่าได้รับชมรายการที่ตรงกับความสนใจของตัวเองจริงๆนั้นเอง  giving forward
        และเมื่อ facebook ซึ่งถือว่าเป็นโซเชียวมีเดีย อันดับหนึ่งของประเทศไทยและก็อันดับหนึ่งของโลกด้วย ได้มีการเปิดให้บุคคลทั่วๆไปสามารถที่จะสร้างรายได้ จากการที่ Live สด บน facebook อีกด้วย จึงเกิดปรากฏการณ์ที่ว่าคนดังๆเริ่มหันที่จะมาผลิตรายการผ่านทาง facebook  Live แทนที่จะผลิตรายการไปเผยแพร่บน ทีวี เพราะว่าต้นทุนในเรื่องของการเช่าเวลาในการออกอากาศนั้นเป็นศูนย์หากว่าออกอากาศผ่านทาง facebook โดยคนดังที่หันมา ทำ Facebook Live แบบจริงๆจัง ก็อย่างเช่น วู๊ดดี้,หนุ่มเมืองจันทร์ เป็นต้น ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีพอสมควร เพราะว่าการ ทำ Facebook Live นั้นจะแตกต่างจากการออกอากาศทางทีวีทั่วไปเพราะว่าเป็นลักษณะของการติดต่อสื่อสารกันแบบสองด้าน เวลาที่คนดูมีคำถามอะไรก็แล้วแต่ก็จะถามผ่านทางการสนทนาของ facebook ได้เลยในทันที ซึ่งจะแตกต่างจากการออกอากาศทางทีวี ที่เราจะไม่สามารถ ติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเจ้าของรายการได้ง่ายๆ
        และผมเชื่อว่าต่อจากนี้ไป คนดังๆในวงการทีวีบ้านเราก็จะเริ่มหันมาใช้ facebook Live ในการสร้างตัวต้นกันเพิ่มมากยิ่งขึ้น เพราะมีต้นทุนที่ต่ำ สามารถทำได้ทันที แค่มีกล้องตัวเดียวก็สามารถที่จะสร้างรายการขึ้นมาได้แล้ว และยังเป็นเวทีให้เราได้แสดงออกถึงตัวตนของเราที่แท้จริงอีกด้วย
        และเชื่อว่าต่อจากนี้ไปจะมีคนดังที่เกิดขึ้นจากอินเตอร์เน็ตอีกมากมาย ซึ่งจะแตกต่างจากในอดีตเพราะว่าในอดีตคนที่จะเป็น Net Idol ได้จะต้องมีรูปร่างหน้าตาที่ดี แต่ต่อจากนี้ไปคนที่จะเป็น Net Idol นอกจากคนที่รูปร่างหน้าต่าดีแล้ว ก็จะมีคนที่มีความคิดดีๆด้วยเช่นเดียวกัน

#S7Content

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

การจัดการกับข้อมูลเน่าๆ



        การพัฒนาในเรื่องของเทคโนโลยีในปัจจุบันนั้นทำให้เราสามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆได้อย่างงายดาย ซึ่งถ้าให้เปรียบเทียบกับอดีตเมื่อสักสิบปีที่แล้วนนั้นก็ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในอดีตนั้นหากว่าเราต้องการที่จะศึกษาหาความรู้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วละก็เราจะต้องเดินทางไปหาผู้ที่มีความรู้ในเรื่องนั้นๆซึ่งส่วนมากแล้วก็จะทำเรื่องนั้นๆมาตลอดชีวิต อย่างเช่น การทำอาหารต่างๆ หากว่าเราอยากที่จะได้สูตรเด็ดแล้วละก็เราก็ต้องเดินทางไปหาเจ้าของสูตรนั้นๆ หรือว่าบางครั้งความรู้ที่เรามีอาจจะมีคนทีนำมาเขียนเอาไว้ในหนังสือแล้วก็มี แต่ว่ามันก็คงไมดีเท่ากับการเดินทางไปหาเจ้าของความรู้เองเพราะว่าหนังสือนั้นมันเป็นลักษณะของการติดต่อสื่อสารเพียงแค่ทางเดียวเท่านั้น หากว่าเราอ่านแล้วไม่เข้าใจเราก็ไม่สามารถที่จะสอบถามเพิ่มเติมได้ และหากเราเดินทางไปหาต้นแบบของความรู้เรื่องใดๆก็แล้วแต่เราก็จะได้รับความรู้เรื่องนั้นเพียงแค่เรื่องเดียว
        แต่ในปัจจุบันนั้นเมื่อเทคโนโลยีการสื่อสารพัฒนาขึ้นมาจนเกือบจะถึงจุดสูงสุดแล้วความรู้ต่างๆได้ถูกส่งเข้ามาในระบบอินเตอร์เน็ตเป็นจำนวนมากทั้งที่เป็นข้อความรูปภาพหรือว่าวิดีโอ และนอกจากเราจะสามารถเข้าถึงความรู้ได้อย่างง่ายดายแล้วเราก็ยังสามารถเข้าถึงความรู้ได้จำนวนมากอีกด้วยโดยเราสามารถที่จะเลือกได้ว่าเราจะรับความรู้แบบไหนดี
        แต่เมื่อมีข้อดีแล้วก็ต้องมีข้อเสียในเมื่อใครๆก็สามารถทีจะนำเข้าข้อมูลเข้ามาในระบบอินเตอร์เน็ตได้ปัญหาที่ตามมานั้นก็คือมีเนื้อหาที่ไร้สาระอยู่ในระบบเป็นจำนวนมากอย่างเช่นวิดีโอที่เน้นให้ความบันเทิงแต่ว่าไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์กับตัวเราเลย ซึ่งผมเชื่อว่าหลายท่านคงจะเคยเป็นในแบบเดียวกันนั้นก็คือที่เราจะหาความรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งเรามักจะเผลอไปเจอเนื้อหาที่เน้นให้ความบันเทิงเป็นส่วนมากอย่างเช่นเพลง เกมส์ หรือว่ารูปภาพเซ็กซี่ แล้วเราก็จะอยู่กับมันนานมากจนเราไม่ได้ทำงานที่เราได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก โดยเฉพาะในหน้า facebook นั้นจะเต็มไปด้วยเรื่องราวของคนอื่นหรือว่าบางครั้งอาจจะเป็นเนื้อหาโฆษณาโดยใช้รูปสาวเซ็กซี่มาเป็นตัวล่อแล้วเราก็เสียเวลาไปกับมันเป็นเวลานาน วิธีการที่ผมทำนั้นก็คือหากว่ามีใครที่ชอบโพส ด่า หรือเรื่องส่วนตัวมากจนเกินไปผมก็จะทำการเลิกติดตามเขาไปในทันทีเพื่อเปิดพื้นที่ให้กับคนที่เขาชอบแชร์ความรู้ที่เป็นประโยชน์และเราสามารถที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้ด้วยนั้นเอง อะไรที่เป็นด้านลบก็ควรที่จะเลิกติดตามเช่นเดียวกันเพราะว่ามันมีผลกระทบต่อจิตใจของเราถ้าเรารับสื่อพวกนี้มากๆเราก็จะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ

#S7content